แบบทดสอบท้ายบท
1. อธิบายภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ
ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง
o
ประเมินค่าวัสดุอุปกรณ์
เพื่อจัดซื้อแต่ชนิดที่มีประสิทธิภาพและตรงกับจุดมุ่งหมายที่จะใช้ มีความทนทาน
น้ำหนักเบา ซ่อมงานเมื่อชารุด และทันสมัย
o
ผลิตวัสดุอุปกรณ์การสอนตามความต้องการของผู้สอนในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาซื้อได้
o
จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสาหรับแจกจ่ายให้ยืม
o
จัดทาแคตตาล็อกวัสดุอุปกรณ์
พร้อมทั้งให้คาปรึกษาแนะนาแก่ผู้ขอรับบริการในการเลือกหรือยืมได้อย่างเหมาะสมกับกิจกรรม
o
จัดระบบการยืมและจองวัสดุอุปกรณ์ให้มีความสะดวกและรวดเร็ว
o
ตรวจเช็ควัสดุและเครื่องมือต่างๆให้อยู่ในสภาพที่ดีเสมอควรทาการตรวจสภาพเครื่องมือภายหลังการใช้งานทุกครั้ง
รวมทั้งการทาความสะอาด และซ่อมแซมถ้ามีสิ่งบกพร่องเกิดขึ้น
o
ให้ข้อสารสนเทศต่างๆ
เกี่ยวกับวัสดุการศึกษา อาทิ เช่น จัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่การบริการต่างๆ
ตลอดจนให้การอบรม การบรรยาย แนะนา อุปกรณ์การสอนใหม่ๆ
o
สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการ องค์การสาธารณะ สมาคมหรือสถาบันสังคมอื่นๆ
ในการยืมอุปกรณ์หรือการจัดฝึกอบรม ให้คาแนะนาหรือร่วมมือกับสถานีวิทยุ
สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ในการจัดอบรมหรือเผยแพร่ข่าวสารวิทยาการต่างๆ
2. ถ้าหากพิจารณาบทบาทหน้าที่
และความรับผิดชอบในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะประกอบด้วยบุคคลด้านใดบ้าง
o
ด้านบริหาร
โดยต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมายและภารกิจต่างๆ
ให้ครอบคลุมงานหรือสิ่งที่ต้องทำการจัดดาเนินงาน การจัดบุคลากร การนิเทศ
การติดต่อประสานงาน การทำงบประมาณ การกำหนดมาตรฐานของงาน เพื่อให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
o
ด้านการบริการ
เป็นภารกิจของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่นาโครงการต่างๆออกสู่ กลุ่มเป้าหมาย
o
ด้านการผลิตสื่อ
ทำหน้าที่ในการออกแบบและผลิตสื่อการเรียนการสอน
o
ด้านวิชาการ
ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีบทบาทและหน้าที่ในการศึกษาค้นคว้า พัฒนาและเผยแพร่ผลงาน
o
ด้านการปรับปรุงการเรียนการสอน
ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการศึกษาเป็นสำคัญในการจัดหาสื่อมาใช้ในการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเนื้อหาแต่ละวิชา
o
ด้านกิจกรรมอื่นๆ
3. ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
จำแนกเป็นประเภทที่สำคัญได้กี่ประเภท
ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สามารถแบ่งได้
3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
1. บุคลากรทางวิชาชีพ
(Professional Staff) ได้แก่ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาหรือโสตทัศนศึกษาระดับปริญญาซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ
(Media Specialists) หรือบางที่อาจเรียกว่านักวิชาการการโสตทัศนศึกษาก็ได้
2. บุคลากรกึ่งวิชาชีพ
(Paraprofessional Staff) บุคลากรกึ่งวิชาชีพ คือ
บุคคลที่ได้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพโดยมีหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทางวิชาชีพเกี่ยวกับด้านเทคนิคหรือด้านบริการ
3. บุคลากรที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ
(Non-professional Staff) บุคลากรประเภทนี้ ทำหน้าที่ทางด้านธุรกิจ
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ
4. ท่านมีขั้นตอนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน
มาใช้บริการในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย
ขั้นตอนที่
1
เป็นขั้นการสำรวจสภาพของสื่อในสถานศึกษาเพื่อสำรวจหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเป็นข้อมูลมาประกอบการจัดหา
ขั้นตอนที่
2
การสำรวจสถานที่ เป็นขั้นตอนการสำรวจวางแผนจะให้สถานที่ส่วนใดบ้างในการทากิจกรรม
เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่ามีสถานที่และสิ่งอานวยความสะดวกที่ต้องการมีเพียงพอแล้วหรือยังและจะต้องการจัดหาอะไรเพิ่มเติมบ้าง
ขั้นตอนที่
3
การสำรวจความต้องการของผู้ใช้ เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการใช้สื่อประเภทต่างๆ
โดยนาข้อมูลที่ได้ไปดาเนินการจัดหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
ดังนั้นก่อนการจัดหาหรือจัดซื้อสื่อมาไว้บริการ จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรวจและศึกษาความต้องการของผู้ใช้ก่อนเสมอ
ขั้นตอนที่
4 เป็นขั้นการจัดหา
โดยนาข้อมูลที่ได้มาจากความต้องการแล้วทาเป็นโครงการสั้นๆ
หรือโครงการระยะยาวเพื่อวางแผนในเรื่องงบประมาณในการจัดหาต่อไป
5. อธิบายวิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ
ท่านมีหลักเกณฑ์สำคัญ อะไรบ้าง
วิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการมีหลักเกณฑ์สำคัญ
ดังต่อไปนี้
1. ความคงทน (Ruggedness) โดยพิจารณาถึงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเครื่องให้ความคงทนแข็งแรง
ไม่แตกหักง่าย
2. ความสะดวกในการใช้งาน
(Ease of Operation) โดยพิจารณาถึงการควบคุม
การบังคับกลไกไม่ซับซ้อนจนเกินไปหรือมีปุ่มต่างๆมากมายเกินไป
3. ความกะทัดรัด
(Portability) โดยพิจารณาถึงขนาดของตัวเครื่อง
น้าหนัก ความสะดวกในการเก็บและเคลื่อนย้าย
4. คุณภาพของเครื่อง
(Quality of Peration) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานที่ประกอบรวมกันเป็นไปตามคุณสมบัติต้องการใช้งานเพียงใด
5. การออกแบบ
(Design) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับรูปลักษณ์ว่าสวยงามมีความทันสมัย
การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบออกแบบให้ใช้ได้ง่าย
6. ความปลอดภัย
(Safety) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งที่น่าจะเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายได้ง่ายขณะใช้งาน
7. ความสะดวกในการบำรุงรักษาละซ่อมแซม
(Ease of Maintenance and Repair) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนประกอบใดที่ยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือมีความยากลาบากในการดูแลรักษาหรือมีส่วนประกอบที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อชารุดแล้วไม่สามารถซ่อมแซมได้เลย
8. ราคา (Cost) ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาใช้หรือเพื่อบริการควรคำนึงถึงราคาซึ่งไม่แพงเกินไปที่สำคัญพิจารณาถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้วจึงนาไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมาะสมกับราคาและคุณภาพของเครื่องมืออุปกรณ์นั้น
9. ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต
(Reputation of Manufacturer) การพิจารณาบริษัทผู้ผลิตเพื่อจะได้ทราบว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ซื้อนั้นมีจานวนและรุ่นที่ผลิตออกมามากน้อยพียงใด
หากเป็นบริษัทที่มั่นคงมีชื่อเสียงจะเห็นได้ว่ามีระบบการผลิต ระบบการจัดการอื่นๆ
ที่ได้มาตรฐาน ทาให้วัสดุอุปกรณ์มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ
10. การบริการซ่อมแซม
(Available Service) อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ
ควรเป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย
รวดเร็วและมีบริการดูแลบำรุงรักษาที่เอาใจใส่ดูแลบำรุงสม่ำเสมอและมีอะไหล่สารองไว้เพียงพอหรือเมื่อมีปัญหาทางบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้รวดเร็ว